วิศวกรรมสุขภาวะ: เส้นทางอาชีพวิศวกรในโลกเมกะเทรนด์ 2035

"วิศวกรรมสุขภาวะ: เส้นทางอาชีพวิศวกรในโลกเมกะเทรนด์ 2035”
(
Wellness Engineering : The Engineering Career Path in the 2035 Megatrend World)

"An infographic poster about Wellness Engineering, featuring a central translucent glowing grid-pattern male human body"
prompt. Gemini, Google AI, 12 มิ.ย. 2026, ://google.com.

วิชาชีพวิศวกรรมในอดีตมักถูกจำภาพผูกติดอยู่กับการออกแบบเครื่องจักร การควบคุมกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม หรือการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Machine-Centric) อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ปี ค.ศ. 2035 บริบททางสังคมและโครงสร้างประชากรได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ควบคู่ไปกับความตื่นตัวด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) Megatrend เหล่านี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของวิชาชีพวิศวกรรม จากเดิมที่เน้นการพัฒนาทางกายภาพของเครื่องจักร มุ่งสู่การบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อยกระดับสุขภาวะของมนุษย์ (Wellness-centric) หรือที่เริ่มมีการนิยามในหมู่นักวิชาการว่า "วิศวกรรมสุขภาวะ" (Wellness Engineering)  ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบเชิงวิศวกรรม เทคโนโลยี และการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ของมนุษย์อย่างยั่งยืน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สิ่งแวดล้อม และสังคม บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องในเชิงวิศวกรรม โอกาสทางอาชีพ และแนวโน้มทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการรองรับMegatrend ปี 2035

การบูรณาการในเชิงวิศวกรรม

การเปลี่ยนผ่านสู่แนวคิด Wellness ไม่ใช่การละทิ้งองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมดั้งเดิม แต่เป็นการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและหลักการคำนวณเชิงระบบมาประยุกต์ใช้กับร่างกาย สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของมนุษย์ ข้อมูลจาก Future Tales Lab by MQDC (2566) ระบุว่า Megatrend World ปี 2035 จะขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติและนวัตกรรมเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ในเชิงวิศวกรรมสามารถจำแนกการบูรณาการได้เป็น 3 มิติหลัก ได้แก่:

1. มิติด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลชีวภาพ (Digital & Data Well-being) เป็นการใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลข้อมูลสุขภาพที่มีความซับซ้อนสูง (Biomedical Signal Processing) เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram : ECG/EKG) หรือสัญญาณชีพจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable Devices) นำมาวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Healthcare AI) เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงในการเกิดโรคล่วงหน้า

 

ภาพจาก https://www.tandfonline.com/doi/full/10.12688/digitaltwin.17475.2#d1e1374

2. มิติด้านกายภาพและหุ่นยนต์ช่วยรักษ์ (Physical & Assistive Robotics) การประยุกต์ใช้วิศวกรรมหุ่นยนต์และวัสดุศาสตร์ในการสร้างอวัยวะเทียม ชุดเพิ่มพละกำลัง (Exoskeletons) และหุ่นยนต์กายภาพบำบัด เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยอาศัยหลักการออกแบบระบบกลไกที่ทำงานร่วมกับระบบประสาทมนุษย์

ภาพจาก https://link.springer.com/chapter/10.1007/978-981-99-7317-0_5

3. มิติด้านสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Ambient & Environmental Engineering) การเปลี่ยนโครงสร้างอาคารและเมืองให้กลายเป็นระบบอัจฉริยะที่ส่งเสริมสุขภาพ (Well-being Design) ผ่านการคำนวณการหมุนเวียนอากาศ การกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM5) และการควบคุมแสงสว่างตามนาฬิกาชีวิตของมนุษย์ (Circadian Lighting) (สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน [RISC], 2565)

ภาพจาก https://www.ppsthane.com/blog/benefits-environmental-monitoring

ความสำคัญและโอกาสทางอาชีพในอนาคต
การปรับตัวของวิศวกรเข้าสู่ภาคส่วน Wellness มีข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในแง่เศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ประการแรก มูลค่าทางเศรษฐกิจของ Wellness Economy ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าจีดีพีโลก ส่งผลให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Technology) มหาศาล ประการต่อมา ทักษะการผสานความเข้าใจด้านชีววิทยามนุษย์เข้ากับระบบวิศวกรรม เป็นทักษะที่มีความเฉพาะตัวสูงและยากที่ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปจะเข้ามาทดแทนได้ (McKinsey Global Institute, 2024) นอกจากนี้ สภาวิศวกร (2564) ยังได้ระบุถึงแนวทางการส่งเสริมวิศวกรไทยให้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) เช่น เทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งจะสร้างตำแหน่งงานใหม่ที่มีค่าตอบแทนสูง เช่น วิศวกรสุขภาวะ (Wellness Engineer) นักออกแบบสถาปัตยกรรมชีวภาพ และนักวิเคราะห์รหัสพันธุกรรม

ทักษะเฉพาะทาง (Hard Skills) ที่ต้องเร่งพัฒนาใหม่
เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มในปี 2035 วิศวกรยุคใหม่จำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะเฉพาะทาง (Hard Skills) ใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:
1. การสร้างแบบจำลองดิจิทัลของมนุษย์ (Digital Twin for Human Anatomy): ความสามารถในการใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์ขั้นสูงเพื่อจำลองอวัยวะหรือระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อใช้ทดลองผลกระทบของการรักษาหรือการตอบสนองต่อยาก่อนการใช้งานจริง
2. การพิมพ์ชีวภาพสามมิติและวัสดุเข้ากันได้ทางชีวภาพ (3D Bioprinting & Biomaterials): ความเชี่ยวชาญในการขึ้นรูปเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเทียมจากเซลล์สิ่งมีชีวิต รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย
3. ความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพ (Health Data Privacy & Cyber Security): การเข้าใจสถาปัตยกรรมการเข้ารหัสข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางการแพทย์ เนื่องจากข้อมูลสุขภาพจัดเป็นข้อมูลที่มีความไวและสำคัญที่สุดในยุคดิจิทัล

ดังนั้นเส้นทางอาชีพของวิศวกรจาก "Machine ถึง Wellness" ภายในปี 2035 จึงไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดและการยกระดับคุณค่าของวิชาชีพวิศวกรในอนาคต จะไม่ใช่ผู้ที่ยืนอยู่หน้าเครื่องจักรในโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นผู้สร้างสรรค์ระบบนิเวศ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่โอบอุ้มชีวิตและสุขภาวะของมนุษย์ การเตรียมความพร้อมด้านทักษะเฉพาะทาง ทั้งในมิติของ AI  วัสดุศาสตร์ชีวภาพ และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วันนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้วิศวกรไทยกลายเป็นแรงงานขับเคลื่อนสำคัญในระดับสากล

อ้างอิง (References)
สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน [RISC]. (2565, 8 ธันวาคม). จับตาเทรนด์ Well-Being Design & Engineering นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน. ไทยรัฐออนไลน์. thairath.co.th
สภาวิศวกร. (2564). แนวทางการพัฒนาทักษะวิศวกรไทยเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต (New S-Curve). เอ็มรีพอร์ต. mreport.co.th
FutureTales Lab by MQDC. (2566, 15 พฤศจิกายน). ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา เผยรายงานMegatrend โลกและแรงงานอนาคตปี 2035. ประชาชาติธุรกิจ. prachachat.net
McKinsey Global Institute. (2024). The future of work in technology and healthcare: Global labor shifts. McKinsey & Company.
S., D. (2023, November 20). Top 10 professions of the future: Global trends and forecasts for 2035. LinkedIn. linkedin.com
https://th.linkedin.com/posts/uob_wellness-engineering, สืบค้น 10 มิถุนายน 2569

 

อนุรักษ์ เมฆพะโยม (Ph.D.) อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ศูนย์นนทบุรี
เรียบเรียง
นางสาวดารุณี เวียงแกสินทรัพย์
จัดทำ



Tag : #RUS #ราชมงคลสุวรรณภูมิ #คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ #มทรสุวรรณภูมิ #HandsOn #วิศวะสถาปัตย์RUS





25 ครั้ง

Address
คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
เลขที่ 217 ภ.นนทบุรี ต.สวนใหญ์ อ.เมืองนนทบุรี
จ.นนทบุรี 11000
งานบริหารและพัฒนาระบบ โทรศัพท์ 02-149-9091
งานวิชาการและวิจัย โทรศัพท์ 02-149-9092,086-999-0359
งานพัฒนานักศึกษา โทรศัพท์ 02-149-9093
การให้บริการ

สถิติการเข้าชม
  • วันนี้ : 543 ครั้ง
  • เดือนนี้ : 97238 ครั้ง
  • ปีนี้ : 304432 ครั้ง
  • ทั้งหมด : 1133364 ครั้ง
Follow Us

Copyright ©2020 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ